บทความอื่นๆ
คู่มือฟรีแลนซ์ FOR DUMMIES
“หากคุณกำลังคิดที่จะออกมาเริ่มต้นงานของตัวเอง แสดงว่าคุณเป็นคนหาญกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ และมีพลังใจเหลือเฟือที่ผลักดันให้คุณทุ่มเทเพื่องานที่คุณรักอย่างถวายหัว หากใน.....

ว่าด้วยการปกป้องอาชีพอิสระของตัวเอง
เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมคนทำงานด้านทักษะถึงไม่นิยมไปสังกัดบริษัท ? ทั้ง ๆ ที่บางบริษัทก็สามารถจ้างไปนั่งเล่นทั้งวันเพื่อทำงานจริง ๆ แค่นิดเดียว... สบายขนาดนั้นทำไมไม่ไป ? ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มันดี....

ฟรีแลนซ์ แตกต่างแต่ลงตัว
โฮมออฟฟิศ หรือสมอลล์รูมฮอฟฟิศ เทรนด์ใหม่ที่หนุ่มสาวผู้มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองนิยมออกมาสร้างงาน หรือเป็นเจ้าของกิจการลักษณะ.....

แต่งานของผมอาจจะทำงานทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ทุกเวลาของฟรีแลนซ์คืองาน แยกไม่ออกระหว่างการทำงานกับพักผ่อน แต่ทุกอย่างมันจะไปด้วยกันเสมอ

วิถี“ฟรีแลนซ์” ความสุขอิสระ ของชีวิตไร้สังกัด

โกนหัว เหลือผมไว้กระจุกเดียวที่หน้าผาก เจาะหู ใส่เสื้อกล้ามเผยรอยสักที่แขนทั้งสองข้าง สวมกางเกงเลทรงตรงสีส้มแสบตา ชายหนุ่มแห่งยุคสมัยนั่งอยู่ตรงหน้าเรา เขาชื่อ วิญญู เจริญกุล ดีกรีการตลาด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ผู้เลือกเดินทางชีวิต ตามแบบที่เขาเลือก เท่านั้น

ผมเป็นคนหาดใหญ่ ประถมโรงเรียนพลวิทยา มัธยมที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสายวิทย์ ตอนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยผมอยากเรียนสถาปัตย์ ลองข้อสอบเอ็นท์ตรงติดที่ มอ.หาดใหญ่ ก็ตัดสินใจเรียนไม่ได้สอบใหม่ ผมเรียนอยู่ 6 ปี เขาเล่า ขณะเรียนปีสุดท้าย ไปสมัครจัดรายการวิทยุ ของกล่มอาคาเดีย ในหาดใหญ่ เพราะดี.เจ.คนเดิมไปเรียนต่อ

เหตุจากเขาชอบฟังเพลงมาก
รายการเพลงที่ผมจัดเป็นแนวเพลงสากล ในช่วงกลางคืน ผมชอบฟังเพลงสากล คิดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากน้าที่เลี้ยงดูมา เพราะแกชอบฟังเพลงสากล จึงได้ฟังมาตั้งแต่เด็ก

วิญญูจัดรายการวิทยุอยู่ราว 5 ปี ก็หันหลัง เริ่มต้นใหม่ในการทำธุรกิจกับเพื่อน เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ computer presentation แต่แล้วก็ปิดตัวไป เขาหันไปเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อว่า what a cafe ที่ถนนประชาธิปัตย์ 1 ในหาดใหญ่ เน้น เครื่องดื่ม ของกินเล่น และเปิดเพลงแปลกไม่เหมือนชาวบ้านเขา ส่วนมากเป็นเพลงในแนวอิเลคทรอนิคส์ ที่เขาห็นว่าเป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ร้านเขาไม่มีที.วี.ให้ลูกค้าดู

ด้วยเหตุผลส่วนตัวว่าไม่ชอบรายการที.วี. เพราะไม่ค่อยให้ความรู้ น่าเบื่อ เขาไม่ดูเกมโชว์ ละคร ดูข่าวบ้างพอให้รู้ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองไปถึงไหน แต่ก็ไม่ได้สนใจแบบเจาะลึก
ผมไม่ฟังวิทยุ เพราะคนจัดพูดจ้อไม่มีสาระ ยัดเยียดโฆษณา ฟังแล้วเสียความรู้สึก ยิ่งพูดไทยไม่ชัดฟังแล้วขัดใจ เขาว่า

แถมวิเคราะห์ผู้ฟังทั่วไปด้วยว่าในหาดใหญ่ ไม่ได้ไปถึงไหน ในผับยังเล่นเพลงวงเดอะอีเกิ้ล ,สกอร์เปี้ยน มากี่ปีแล้วก็ยังเล่นอยู่อย่างนั้น ตอนเขาจัดรายการวิทยุพบว่ามีคนขอเพลง Hotel California ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่ใช่คนเดิม เขาจึงวัดการเสพบันเทิงของคนที่นี่ ว่าไม่ได้เติบโต

ดูเหมือนเขาจะวนเวียนอยู่ในธุรกิจบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ นอนดึกตื่นสายโดยวิถีงาน ทุกวันนี้เขากลับมาช่วยดูแลร้านอาหารให้กับเจ้านายเก่าสมัยจัดรายการวิทยุ และงานฟรีแลนซ์ย (Free lance) เกี่ยวกับกราฟฟิคคอมพิวเตอร์ รับทำ ซีดีรอม และสิ่งพิมพ์ เขาพอใจกับชีวิตแบบฟรีแลนซ์ ขณะที่ร้านกาแฟเขายกให้น้องสาวดูแลไป
งานฟรีแลนด์ คือ การทำงานอิสระ ที่พอใจรับงาน หรือปฏิเสธก็ได้ ไม่ได้อยู่ในระบบของงานออฟฟิศ ไม่ต้องไปตอกบัตร

แต่งานของผมอาจจะทำงานทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ทุกเวลาของฟรีแลนซ์คืองาน แยกไม่ออกระหว่างการทำงานกับพักผ่อน แต่ทุกอย่างมันจะไปด้วยกันเสมอ อย่างผมรับงานมา ได้เงินก้อนหนึ่ง เอาเงินที่ได้ไปเที่ยวเกาะ แต่ระหว่างเที่ยวเกาะ ก็ยังนำข้อมูลในการเดินทางกลับมาทำงานได้อีก

เขาบอกว่า งานฟรีแลนด์สบาย ตรงที่สามารถรับงานและปฏิสธงานได้ คำว่าฟรีเแลนด์ในทัศนะส่วนตัวของเขาเป็นเรื่องไร้ขอบเขต งานทุกอย่างสามารถเข้ารูปแบบนี้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นงานล้างจาน ถางหญ้า ฯลฯ เพียงแต่อาจแบ่งเป็นงานที่ใช้แรงอย่างเดียว หรือว่าใช้สมองด้วย งานชนิดนี้ไม่ถึงกับโดดเดี่ยว เพราะมีสังคมของคนที่ทำงานแบบเดียวกันอยู่จำนวนหนึ่ง อย่างที่หาดใหญ่ก็มีหลายสิบคน

วิญญูเกิดและโตในครอบครัวข้าราชการ มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นลูกคนกลาง แม้ทั้งพ่อและแม่รับราชการ แต่ครอบครัวก็ไม่ได้วางกฏเกณฑ์ในชีวิต ไม่ปิดกั้นความคิด ไม่คาดหวังว่าจะให้ลูกเป็นอย่างไร คุณพ่อทำงานศาลากลาง เป็นคนที่ชอบฟังเพลง เขียนรูป และเขียนกลอน แม่เป็นครูเป็นผู้หญิงยุคเก่า แต่ไม่หัวโบราณ เขาจึงสามารถเลือกทางเดินชีวิตตามที่ใจปรารถนา พ่อเคยแนะนำให้เขารับราชการ เมื่อเขาบอกว่าไม่ชอบ พ่อไม่ฝืน

เขาเล่าว่าส่วนตัวอ่านหนังสือไม่มาก จะเลือกอ่านเฉพาะเล่มที่ชอบ แต่งานเขียนที่ส่งอิทธิพลทางความคิดเชิงอิสระ ของเขาคนหนึ่งคือ รงษ์ วงศ์สวรรค์ เขาเห็นว่าคนทุกยุคสมัย ต้องการเป็นอิสระทั้งนั้น ยิ่งยุคปัจจุบัน ที่มีความเป็นปัจจเจกมาขึ้น
20 ปีก่อน คนที่เป็นอย่างผมน้อยมาก ขืนแต่งตัวอย่างนี้ใครเขาจะว่าเอ็งบ้าเท่านั้น แต่ก็มากขึ้นมาเรื่อยๆ และถึงปัจจุบัน ก็มากกว่าแต่ก่อนแน่นอน

เขาเล่าและว่า สิ่งที่เลือกวิถีชีวิตอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าคนอื่น แต่ดีกับตัวเองนั้นแน่นอน เขาไม่ได้มองตัวเองจะดีหนือเลวกว่าใคร แต่ก็พอใจที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ มองผ่านสายตาเขา คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต่างจากคนรุ่นก่อน มีแต่สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ทุกอย่างเป็นรูปแบบเหมือนเดิม แต่แตกต่างกันที่รายละเอียด

สาระสำคัญชีวิตผม ทำอะไรก็ได้ให้สบายใจ มีความสุขกับงานที่ทำ เรื่องเงินทองมาทีหลัง ผมไม่ชอบงานออฟฟิศ ผมไม่ทำงานอย่างนั้นแน่ เขาเล่า เรื่องรายได้ และความอยู่รอดของการเลือกวิถีอย่างนี้ เขาบอกว่าอยู่ ที่แต่ละคน

แตสำหรับ่เขาเองมั่นใจว่าไม่อดตาย การบริหารเงินของเขาง่ายๆ ก็คือหามาก็ใช้ไป ไม่สะสม งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ห่างจาก วิชาการตลาดที่ร่ำเรียนมาแต่เกี่ยวข้องกัน เขามองว่าการศึกษาไม่ได้ให้เราอะไรมากมาย นอกจากจัดลำดับความคิด เป็นขั้นตอนเป็นระบบ แต่ไม่ได้ปฏิเสธการศึกษา เพราะคนเราจำเป็นต้องคิดอย่างมีระบบ
เป้าหมายชีวิตผมไม่มี มันมีอยู่แต่ว่าทำอะไรให้ชีวิตมีความสุข ไม่ได้วางเป้าหมายไว้ ไม่ได้ติดว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ผมอาจจะไม่ได้ทำงานที่ทำอยู่ อาจไปเป็นชาวนา มีเงินน้อยแต่ก็มีความสุข หรืออาจหาเกาะสักแห่ง แล้วไปรับจ้างทำงานในร้าอาหารเท่านี้ก็มีความสุขแล้ว สุขของผมคืออยู่กับงานที่ชอบ เขาเล่าเมื่อถามว่าในงานทั้งหมดที่ทำมา เขาถนัดอะไรมากที่สุด เขาบอกว่า ไม่เชี่ยวชาญ แต่ทำได้ทุกอย่าง
ผมไม่คิดมีครอบครัว และมีลูก เพราะคนในโลกนี้เยอะแล้ว และสังคมทุกวันนี้น่ากลัวขึ้นทุกวัน ผมคิดว่าโลกอนาคตจะไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เห็นเด็กรุ่นใหม่แล้วน่าเศร้า ถ้าไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานผมจะเป็นอย่างไรยังไม่อยากคิด ผมมีคนรักนั่นคงไม่ปฏิเสธผมมีอยู่แล้ว แต่ก็คงจะไม่มีลูก

วิญญูมองสังคมในอนาคตว่าจะมีการแข่งขันมากขึ้น สังคมเครียดขึ้น แต่พอมากถึงจุดหนึ่ง ก็คงมีปรากฏการณ์อะไรสักอย่าง เขายกตัวอย่างประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา การเกิดของฮิปปี้ จู่ๆไม่ได้เกิด แต่เป็นเพราะสังคมได้ปูพื้นฐานทางอค์ประกอบหลายอย่าง จนหนุ่มสาวยุคนั้นตั้งข้อสงสัย หาคำตอบ แล้วจะมีคนแหกกรอบสังคมออกมา ในอนาคตก็คงมีจุดอย่างนั้นขึ้นอีก

อ้างอิงจาก www.focuspaktai.com